ตู้ควบคุมอุณหภูมิและความชื้น (Temperature & Humidity Chamber) สำหรับทดสอบผลิตภัณฑ์ วัสดุ และความคงตัว

ตู้ควบคุมอุณหภูมิและความชื้น (Temperature & Humidity Chamber) สำหรับทดสอบผลิตภัณฑ์ วัสดุ และความคงตัว

ผลิตภัณฑ์จำนวนมากอาจผ่านการตรวจสอบในสภาวะปกติ แต่เมื่อเจอกับ อุณหภูมิและความชื้นที่แตกต่างจากสภาพแวดล้อมทั่วไป คุณสมบัติของวัสดุและผลิตภัณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงได้

พลาสติกอาจเกิดการเปลี่ยนรูป
ยางอาจเปลี่ยนคุณสมบัติ
บรรจุภัณฑ์อาจสูญเสียความแข็งแรง
ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อาจเกิดปัญหาจากความชื้น
ผลิตภัณฑ์ยาอาจต้องผ่านการศึกษาความคงตัวภายใต้สภาวะที่ควบคุม
และวัสดุบางชนิดอาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่คาดเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง

ด้วยเหตุนี้ Constant Temperature & Humidity Chamber หรือ Temperature & Humidity Test Chamber จึงถูกนำมาใช้เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่สามารถควบคุมและทำซ้ำได้ภายในห้องทดสอบ

สำหรับห้องปฏิบัติการและงาน R&D ที่ต้องการ Chamber ขนาดกะทัดรัด 99-Liter Constant Temperature & Humidity Chamber ของ Tasatec รองรับการควบคุมอุณหภูมิ 0 ถึง +80°C และความชื้น 30–90% RH พร้อมระบบควบคุมแบบ Programmable และ Software สำหรับ Monitoring ข้อมูลการทดสอบ


Temperature & Humidity Chamber คืออะไร?

Temperature & Humidity Chamber คือห้องทดสอบที่สามารถควบคุม Temperature และ Relative Humidity (RH) ให้อยู่ในสภาวะที่กำหนด เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถนำผลิตภัณฑ์ วัสดุ หรือชิ้นส่วนเข้าไปทดสอบภายใต้สภาพแวดล้อมที่ต้องการ

แทนที่จะรอให้ผลิตภัณฑ์ไปเจอสภาพอากาศจริง เช่น

อุณหภูมิสูง + ความชื้นสูง

ผู้ใช้งานสามารถจำลองสภาวะดังกล่าวภายใน Chamber และควบคุมเงื่อนไขการทดสอบให้มีความสม่ำเสมอมากขึ้น

หลักการนี้ช่วยให้สามารถเปรียบเทียบผลการทดสอบระหว่างตัวอย่างได้ และใช้เป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การควบคุมคุณภาพ และการประเมินความทนทานของวัสดุ


ทำไมโรงงานและห้อง Lab ต้องควบคุมทั้ง Temperature และ Humidity?

เพราะอุณหภูมิและความชื้นสามารถส่งผลต่อวัสดุและผลิตภัณฑ์ในหลายรูปแบบ

ตัวอย่างเช่น

พลาสติก

การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและความชื้นอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านมิติ ความแข็งแรง หรือคุณสมบัติทางกายภาพของวัสดุ

ยางและ Elastomer

ความร้อนและความชื้นอาจถูกนำมาใช้ในการศึกษาการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของวัสดุเมื่ออยู่ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่กำหนด

บรรจุภัณฑ์

Packaging อาจต้องผ่านการ Conditioning ก่อนการทดสอบ หรือใช้ Chamber เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อสัมผัสกับความชื้นและอุณหภูมิเป็นระยะเวลาหนึ่ง

Electronic Components

อุณหภูมิและความชื้นเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมิน Environmental Reliability ของชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Pharmaceutical & Medical Products

การศึกษาความคงตัวของผลิตภัณฑ์ต้องอาศัยสภาวะการเก็บที่สามารถควบคุมได้ และในบางกรณีต้องควบคุมทั้งอุณหภูมิและความชื้น

จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของ “การเก็บตัวอย่าง”

แต่เป็นเรื่องของการสร้าง Controlled Test Environment


งานอะไรบ้างที่ใช้ Temperature & Humidity Chamber?

เครื่องประเภทนี้สามารถนำไปใช้ได้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น

1. Stability Testing

ใช้สำหรับศึกษาการเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์เมื่ออยู่ภายใต้สภาวะอุณหภูมิและความชื้นที่กำหนด

ตัวอย่างเช่น

  • Pharmaceutical products
  • Medical products
  • Packaging
  • Chemical products
  • Consumer products

สิ่งที่ต้องติดตามอาจเป็น

  • สี
  • น้ำหนัก
  • รูปร่าง
  • ความแข็งแรง
  • Appearance
  • Chemical properties
  • Physical properties

ทั้งนี้เงื่อนไขการทดสอบจริงควรอ้างอิงมาตรฐานหรือ Protocol ของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ


2. Environmental Reliability Testing

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน การทดสอบภายใต้ Temperature และ Humidity ที่ควบคุมได้ช่วยให้ทีม R&D ประเมินความเสี่ยงก่อนนำผลิตภัณฑ์ไปใช้งานจริง

ตัวอย่างเช่น

  • Electronic components
  • Sensors
  • Controllers
  • Electrical assemblies
  • Industrial equipment
  • Automotive components

คำถามที่ต้องการตอบคือ

“ถ้าผลิตภัณฑ์ของเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความร้อนและความชื้นสูง ผลิตภัณฑ์จะยังทำงานได้ตามที่ออกแบบหรือไม่?”


3. Plastic & Rubber Testing

วัสดุประเภท Polymer, Plastic และ Rubber สามารถนำเข้า Chamber เพื่อศึกษาผลกระทบจากสภาพแวดล้อม

เช่น

  • การเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง
  • ความแข็ง
  • น้ำหนัก
  • สี
  • การเสื่อมสภาพ
  • Dimensional Change
  • Physical Properties

สำหรับห้อง Lab ที่ต้องทดสอบตัวอย่างหลายประเภท การมี Chamber ที่สามารถกำหนด Temperature และ RH ได้ช่วยให้สามารถสร้างเงื่อนไขการทดสอบที่ทำซ้ำได้


4. Packaging Testing

Packaging เป็นอีกหนึ่ง Application ที่น่าสนใจสำหรับ Temperature & Humidity Chamber

ตัวอย่างเช่น

  • Plastic Film
  • Pouch
  • Bottle
  • Cap
  • Medical Packaging
  • Food Packaging
  • Pharmaceutical Packaging
  • Carton
  • Label
  • Adhesive

อุณหภูมิและความชื้นสามารถส่งผลต่อคุณสมบัติของวัสดุบรรจุภัณฑ์ได้

ดังนั้น Chamber สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ Conditioning และ Environmental Testing ก่อนนำตัวอย่างไปทดสอบคุณสมบัติอื่นต่อ

ตัวอย่างเช่น

Conditioning → Environmental Exposure → Physical Test → Compare Results

ทำให้สามารถศึกษาว่า Environmental Exposure ส่งผลต่อ Packaging อย่างไร


5. Food & Beverage Testing

สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม อุณหภูมิและความชื้นเป็นหนึ่งในปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมที่สามารถนำมาศึกษาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์

สามารถนำไปใช้กับงาน เช่น

  • Packaging evaluation
  • Product development
  • Shelf-life related studies
  • Material evaluation
  • Quality control

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขการทดสอบควรกำหนดตามผลิตภัณฑ์และวิธีทดสอบที่ใช้งานจริง


6. R&D และ Quality Control

สำหรับโรงงานที่มีฝ่าย R&D หรือ QA/QC การมี Environmental Chamber ภายในห้อง Lab ช่วยลดการพึ่งพาสภาพอากาศภายนอก

แทนที่จะต้องรอว่า

วันนี้อากาศร้อนหรือไม่?

วันนี้ความชื้นสูงพอหรือไม่?

สามารถกำหนดสภาวะที่ต้องการทดสอบได้โดยตรง

เช่น

40°C / 75% RH

หรือ

60°C / 80% RH

แล้วควบคุมให้ Chamber รักษาสภาวะดังกล่าวตามระยะเวลาที่กำหนด


จุดสำคัญ: Temperature Accuracy กับ Humidity Accuracy สำคัญอย่างไร?

เวลาซื้อ Chamber ไม่ควรดูเพียงว่า

“เครื่องทำได้ถึง 80°C”

เพราะตัวเลข Maximum Temperature ไม่ได้บอกว่าเครื่องควบคุมได้ดีเพียงใด

สิ่งที่ควรดูด้วยคือ Accuracy, Stability และ Repeatability

ตัวอย่างเช่น Chamber ของ Tasatec ระบุ Temperature Accuracy ที่ ±0.5°C และ Humidity Accuracy ที่ ±5% RH

หากตั้งอุณหภูมิไว้ที่

40°C

Accuracy ±0.5°C หมายถึงค่าที่วัดได้อยู่ในช่วงประมาณ

39.5–40.5°C

ภายใต้เงื่อนไขและวิธีการประเมินตามข้อกำหนดของผู้ผลิต

ส่วน Humidity หากตั้งไว้ที่

75% RH

Accuracy ±5% RH หมายถึงต้องพิจารณาความคลาดเคลื่อนของระบบควบคุมความชื้นตาม Specification ดังกล่าว

นี่คือเหตุผลว่าทำไมการเลือก Chamber ควรดู Performance Specification มากกว่าดูเพียงขนาดของตู้


99 Liters เหมาะกับใคร?

Chamber ขนาด 99 L เป็นขนาดที่เหมาะกับงานที่ต้องการพื้นที่ทดสอบระดับ Laboratory โดยไม่จำเป็นต้องใช้ Environmental Chamber ขนาดใหญ่

ขนาดภายในของรุ่นนี้อยู่ที่

400 × 450 × 550 mm

จึงเหมาะกับการทดสอบตัวอย่างประเภท

  • Components
  • Packaging samples
  • Material specimens
  • Electronic assemblies
  • Small products
  • Laboratory samples

โดยมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการจัดวางตัวอย่างหลายประเภท ขึ้นอยู่กับขนาดและวิธีการทดสอบ


จุดเด่นของ Constant Temperature & Humidity Chamber จาก Tasatec

0–80°C Temperature Range

รองรับการควบคุมอุณหภูมิตั้งแต่ 0°C ถึง +80°C เหมาะกับงาน Environmental Testing และ Stability Testing หลายประเภท

30–90% RH

สามารถควบคุม Relative Humidity ในช่วง 30–90% RH สำหรับการทดสอบที่ต้องควบคุมความชื้นร่วมกับอุณหภูมิ

Programmable Controller

ใช้ LCD Microprocessor Programmable Controller เพื่อกำหนดและควบคุมสภาวะการทดสอบ

Temperature Monitoring

หน้าจอ Digital LED แสดงค่า SV/PV

  • SV = Set Value
  • PV = Process Value

ทำให้ผู้ใช้งานสามารถดูค่าที่ตั้งไว้และค่าที่กำลังเกิดขึ้นจริงได้

Temperature & Humidity Monitoring Software

ตัวเครื่องมาพร้อม Software สำหรับ Monitoring อุณหภูมิและความชื้น ช่วยให้การติดตามผลการทดสอบเป็นระบบมากขึ้น

Stainless Steel Interior

ภายใน Chamber ใช้ SUS430 Stainless Steel ความหนา 1.2 mm และผ่านการขัดผิว เหมาะกับการใช้งานในห้องปฏิบัติการและงานทดสอบทั่วไป

Safety Protection

มี Over-Temperature Safety Switch เพื่อช่วยป้องกันความเสียหายจากอุณหภูมิสูงเกินค่าที่กำหนด


Constant Temperature & Humidity Chamber แตกต่างจาก Oven อย่างไร?

นี่เป็นคำถามที่ลูกค้าถามบ่อย

Oven เน้นการควบคุมอุณหภูมิ

ในขณะที่

Temperature & Humidity Chamber สามารถควบคุมทั้ง

Temperature + Relative Humidity

ดังนั้นถ้างานต้องการเพียง

“อบตัวอย่างที่ 60°C”

Oven อาจเพียงพอ

แต่ถ้าต้องการ

“เก็บ/ทดสอบตัวอย่างที่ 40°C และ 75% RH”

จำเป็นต้องใช้ระบบที่สามารถควบคุมความชื้นร่วมด้วย

การเลือกเครื่องจึงควรเริ่มจาก Test Condition ที่ต้องการ ไม่ใช่เลือกจากชื่อเครื่อง

สนใจติดต่อเรามาได้เลยเครื่องนี้เรามีบริการพิเศษอย่างแน่นอน

Girl in a jacket